กาชาดขาดแคลนอวัยวะ เหตุคนกลัวชาติหน้าไม่ครบ 32
• กรุงเทพฯ : นพ.มรกต กรเกษม รมช.สาธารณสุข(สธ.) เปิดเผยว่าสภากาชาดไทย
กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงาน
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมจัดโครงการ ‘บริจาคอวัยวะถวายในหลวง’
เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนร่วมบริจาค อวัยวะ ถวายเป็นพระราชกุศล เพราะมีผู้ป่วยรอรับการรักษา
ด้วยการปลูกถ่าย อวัยวะเพิ่มมากขึ้น แต่ปัญหาคือการขาดแคลนอวัยวะ
“ไตเป็นอวัยวะที่มีผู้รอรับการปลูกถ่ายมากที่สุด ส่วนหนึ่งมาจากโรคไต มีเครื่องฟอกไต
ที่ช่วยต่อเวลาให้รอต่อไปได้นานเท่าที่ผู้ป่วยสามารถไปฟอกได้ แต่อวัยวะอื่นๆ ไม่อาจฟอก
รอได้ เมื่อถึงเวลาที่อวัยวะนั้นๆเสื่อม ผู้ป่วยก็ต้อง เสียชีวิตไป ซึ่งมีผู้เสียชีวิตระหว่างรอรับ -
อวัยวะแล้ว 380 คน ขณะที่ผู้ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจรายหนึ่ง มีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวจนถึงปัจจุบัน
ก็ 20 ปีแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมรณรงค์ในโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยจะพัฒนา
บุคลากรทางการแพทย์ให้มีความรู้เรื่องการบริจาคอวัยวะ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง กับประชาชน”
นพ.มรกต กล่าว
นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ -
ผ่านมา ศูนย์รับบริจาคอวัยวะฯ ได้ทำการรณรงค์การบริจาคอวัยวะมา อย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยัง
ประสบปัญหาการขาดแคลนอวัยวะอยู่ อวัยวะ 3 อันดับแรกที่มีผู้รอรับการบริจาคมากที่สุด คือ
1.ไต 2.ตับ 3.หัวใจและปอด
ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า การที่มีผู้บริจาคอวัยวะ จำนวนน้อย
ส่วนหนึ่งเกิดจากความเชื่อที่เกรงว่า หากบริจาคแล้วเมื่อเกิดใหม่ ในชาติหน้า จะมีอวัยวะ
ไม่สมบูรณ์ ซึ่งไม่มีเหตุผลจะเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม การบริจาคอวัยวะคือการทำบุญที่ยิ่งใหญ่
โดย 1 ร่างกายที่สมบูรณ์อาจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ถึง 7 ชีวิต โดยนำ 1 หัวใจ 1 ตับ 1
ตับอ่อน 2 ปอด และ 2 ไต ไปปลูกถ่ายได้ การปลูกถ่ายอวัยวะเป็นแนวทางเอื้อต่อการสร้าง -
เสริมสุขภาพประการหนึ่ง ที่จะทำให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งทางกาย จิตใจ และสังคม
เพราะเมื่อเชื่อว่าการบริจาคอวัยวะคือการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ผู้บริจาค ย่อมดูแลสุขภาพ
ให้แข็งแรง ให้ร่างกายสมบูรณ์พร้อมสำหรับทำการบุญที่ยิ่งใหญ่