หน้า 1 2 ดาวน์โหลดเอกสารนี้
หน้าที่ชาวพุทธ
สาระสำคัญ
พุทธศาสนิกชนมีหน้าที่ศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมปฏิบัติตนเพื่อเผยแผ่และทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ตลอดจนปกป้องพระพุทธศาสนามิให้เสื่อมทรามลง
ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยนับถือพระพุทธศาสนา เรียกว่า พุทธศาสนิกชนบรรดาเหล่าพุทธศาสนิกชนนี้มีทั้งผู้ที่ได้รับการศึกษามาอย่างดี ประวัติตัวเอง
ปฎิบัติชอบอยู่ในศีลธรรม มีทั้งผู้มีการศึกษาพอสมควร แต่รักและศรัทธาในพระรัตนตรัย ช่วยการกุศล ทำบุญตักบาตรเป็นนิจสิน ขณะเดียวกันก็มีทั้งผู้เป็นพุทธศาสนิก
ชนแค่เพียงในนาม เพราะเกิดในดินแดนที่มีพระพุทธศาสนาเท่านั้น
ชาวพุทธทั้งหลายจึงควรหมั่นศึกษาหาความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมให้เป็นผู้มีสายตากว้างไกลรอบรู้ รู้เท่าทันสามารถปฏิบัติตนตามหลักธรรม เผยแผ่ความรู้ความเข้าใจด้านพระพุทธศาสนา และปกป้องพระพุทธศาสนาได้ตามสมควรแก่วัยโดยไม่ขัดเขิน
หน้าที่ชาวพุทธ
ศึกษาหาความรู้
• ความรู้ทางโลก
ชาวพุทธต้องหมั่นศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ทั้งในด้านการศึกษาวิชาสามัญอันเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อประโยชน์แก่การดำรงชีวิตและการศึกษาขั้นสูงต่อไป การศึกษาวิชาชีพโดยเลือกที่เหมาะกับความสนใจ ความถนัดและความสามารถของตนเอง เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพ หรือแม้แต่จะประกอบอาชีพแล้วก็ยังต้องหมั่นหาความรู้ใหม่ ๆ เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นการล้าหลังกว่าผู้อื่นที่แข่งขันอยู่ในวงการอาชีพเดียวกัน ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า การศึกษาหาความรู้ให้ประโยชน์แก่การดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกคนที่อยู่ร่วมกันในสังคม การศึกษาพระพุทธศาสนาตามกำลังความรู้ของตนก็จะช่วยยังประโยชน์ให้เกิดแก่ตนเองเช่นเดียวกัน คือ ทำให้พุทธศาสนิกชนมีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นสุข ทั้งในครอบครัวของตนเองและในระดับสังคมนอกจากนี้เมื่อมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมของศาสนาที่ตนเองนับถือแล้ว หากมีโอกาสศึกษาถึงศาสนาอื่น ๆ ที่เผยแผ่อยู่ในประเทศไทยด้วย ก็จะยิ่งมีความเข้าใจถึงหลักการของศาสนาอื่น ๆ ได้ถูกต้อง รวมทั้งสามารถประพฤติปฏิบัติต่อผู้ที่นับถือศาสนาอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสมและมีความเข้าใจอันดีต่อกันยิ่งขึ้น
• ความรู้ทางธรรม
ชาวพุทธในประเทศไทยมีการศึกษาพระธรรมคำสอนของพระศาสดามาตั้งแต่ครั้งโบราณและปฏิบัติเป็นประเพณีสืบต่อกันมา หน้าที่ของชาวพุทธในการศึกษาพระธรรมเพื่อการเป็นชาวพุทธที่ดีและเป็นผู้สืบต่อพระพุทธศาสนาให้วัฒนาถาวรต่อไป มีดังนี้
1. บวชหนึ่งพรรษาหรือ 3 เดือน ชาวไทยทุกคนควรบวชเป็นพระภิกษุอย่างน้อย 3 เดือนเพื่ออุทิศตนเป็นพุทธสาวก ศึกษาและปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด รวมทั้งระเบียบข้อยังคับของคณะสงฆ์ด้วย เมื่อลาสิกขาบทออกมาแล้วจะได้นำความรู้และการปฏิบัติตนขณะบวชอยู่มาประยุกต์ใช้ในการเป็นพลเมืองดีได้ ส่วนบางรายที่บวชและครองเพศบรรพชิตมากกว่าหนึ่งพรรษาก็จะได้มีเวลาศึกษาพระธรรมให้ลึกซึ้ง บำเพ็ญตนอุทิศแก่พระพุทธศาสนาให้มากขึ้น และอบรมสั่งสอนแก่ภิกษุ สามเณร และประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นการส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง
2. ศึกษาหลักธรรมที่เกี่ยวข้องกับการครองเรือน การคบหาสมาคม การทำมาหากิน การปกครองดูแลสมาชิกในสังคมและครอบครัว เช่นหลักธรรมหมวดคิหิปฏิบัติ ฆราวาสธรรม ทิฎฐธัมมิกัตถประโยชน์ อคติ อิทธิบาท โลกธรรม เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อจะได้นำหลักธรรมนั้น ๆ ไปใช้ปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามฐานะและโอกาส
3. ศึกษาพุทธประวัติและหลักธรรมคำสั่งสอนต่าง ๆ ให้เกิดความเข้าใจ และสวดมนต์ไหว้พระตามสมควรแก่เวลาและกำลัง เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติดี ปฏิบัติชอบ ทำให้เกิดความศรัทธำเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้เกิดความสุขทางใจ
ปฏิบัติตามหลักธรรมและประเพณีพิธีกรรมทางศาสนา
พระพุทธศาสนามีกิจกรรมหลากหลายประการที่ชาวพุทธทั้งหลายพึงปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่ตนเองและส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้ธำรงคงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป ดิจกรรมเหล่านั้นได้แก่ การปฏิบัติตามหลักธรรมและประเพณีพิธีกรรมทางศาสนา หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามีอยู่มากมาย ล้วนแต่สั่งสอนให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส หลักธรรมต่าง ๆ อาจมีความเหมาะสมกับสถานการณ์แตกต่างกันไป พุทธศาสนิกชนควรศึกษาให้เข้าใจอย่างชัดแจ้ง และน้อมนำเอาหลักธรรมที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับการดำเนินชีวิต เพื่อความสงบสุขแก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม นอกจากนี้ประเพณีและพิธีกรรมทางศาสนา อันได้แก่พิธีกรรมเกี่ยวกับพระสงฆ์โดยเฉพาะ เช่น การลงอุโบสถ เข้าพรรษา ออกพรรษา เป็นต้น สำหรับพิธีกรรมที่เกี่ยวกับคฤหัสถ์ ได้แก่ พิธีอุปสมบท พิธีทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นต้น ในด้านการดำเนินชีวิตมีพิธีกรรมทางศาสนา เช่น มงคลสมรส ขึ้นบ้านใหม่ งานศพ เป็นต้น และพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา เป็นต้น ซึ่งพุทธศาสนิกชนควรศึกษาให้เข้าใจถึงพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อการปฏิบัติอย่างถูกต้อง และเป็นแบบอย่างสืบต่อไปถึงพุทธศาสนิกชนรุ่นหลัง พิธีกรรมต่าง ๆ เหล่านี้จะแฝงไว้ซึ่งความหมายสำคัญที่เป็นวัฒนธรรมอันดีงามเหมาะสมแก่สังคมไทย ควรค่าแก่การธำรงไว้ให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงความงดงามในจิตใจของพุทธศาสนิกชนสืบเนื่องไปไม่เสื่อมคลาย
หน้า 1 2

|